ปัจจุบันนี้เราจะเห็นวิธีการระดมทุนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศ EU บ่อยครั้ง ซึ่งการระดมทุนของประเทศต่างๆนั้น
หากเรามองในภาพกว้าง โดยการเปรียบเทียบ ประเทศนั้นเป็นบริษัทขนาดใหญ่บริษัทหนึ่ง
จะได้ว่าทรัพย์สินของประเทศนั้น จะเท่ากับ ทุนของประเทศเอง (รวมถึงรายได้
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาษี) รวมกับสิ่งที่กู้ยืมมา
ในช่วงสภาวะวิกฤตกำลังจะเกิดแบบนี้
เครื่องมือที่เราจะได้ยินกันบ่อยๆก็คือ มาตรการรัดเข็มขัด
ซึ่งก็คือการลดรายจ่ายประเทศ และเพิ่มรายได้ (ภาษีนั่นเอง)
ในส่วนนี้เป็นเครื่องมือการเพิ่ม Equity ของประเทศ และ เครื่องมืออีกชิ้นก็คือ พันธบัตรรัฐบาล (Government Treasury Bonf) ซึ่งเป็นการระดมกู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มในส่วน Liabilities ของประเทศ
ตามทฤษฎีแล้ว พัธบัตรรัฐบาล จะถือว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด
เนื่องจากนักลงทุนหลายๆคนจะคิดว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม รัฐบาลไม่มีวันหนีหนี้อย่างแน่นอน
แต่ใช่ว่าจะไม่เคยมีการหนีหนี้เกิดขึ้นจากเครื่องมือนี้ครับ ปัจจุบันมีไม่กี่ประเทศที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้
ซึ่งหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยอยู่ด้วย แม้ว่าประเทศเราจะได้ Credit Rating ที่ค่อยข้างจะไม่ดีนักก็ตาม
การออกพัธบัตรรัฐบาลนั้นจะถึงกำหนดด้วยวันสิ้นอายุและอัตราผลตอบแทน
ในระยะต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐบาลในการออกแบบโครงสร้างเงินทุนของประเทศ
ว่าต้องการจะระดมทุนสำหรับระยะยาวหรือเพียงใช้ระยะสั้น
German Treasury Bond
จากรูปภาพจะเห็นได้ว่า
ปัจจุบันเยอรมันได้ออกแบบโครงสร้างพันธบัตรรัฐบาลเป็นสองช่วง
ซึ่งก็คือช่วงที่มีอัตราผลตอบแทนเป็นลบ (ระยะต่ำกว่า 2ปีลงมา)
และช่วงที่อัตราผลตอบแทนเป็นบวก (ระยะมากกว่า 2 ปีขึ้นไป)
สิ่งนี้ทำให้เราตีความได้สองแบบ แบบแรกคือรัฐบาลต้องการลดหนี้ลงในระยะสั้น และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในภาคเอกชนมากกว่า
ในกรณีนี้คือ ผู้คนไม่สนใจซื้อพันธบัตรรัฐบาลนี้สักเท่าไหร่
แต่หากยังมีความต้องการในตัวพันธบัตรแบบนี้สูงอยู่ การตีความก็จะเป็นอีกแบบ
ซึ่งก็คือ ผู้คนกลัวที่จะไปฝากเงินกับธนาคาร หรือ การลงทุนในภาคอื่นๆ
ถึงกับยอมซื้อพันธบัตรรัฐบาล แม้ว่าจะมีผลตอบแทนติดลบก็ตาม
หากเราตีความในแบบแรก นั่นหมายความว่า
หนี้ของรัฐบาลเยอรมันสูงเกิดไปจึงมีความจำเป็นจะต้องลดภาระในส่วนนี้ลง
จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าภาระหนี้รัฐบาลของเยอรมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปี
2008 และ แจะระดับ 80% ในปี 2011
ซึ่งตรงกับการลดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของเยอรมันให้อยู่ในช่วงติดลบพอดี
สภาพเศรษฐกิจของเยอรมันนั้น พันธบัตรรัฐบาล ยังมีทิศทางสัมพันธ์กับ
ดัชนีตลาดหุ้น อีกด้วย อาจจะแปลได้ว่า
การลงทุนในภาครัฐของเยอรมันนั้นค่อนข้างมีผลกับภาคตลาดหุ้นมากทีเดียว
แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีบางช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นนั้นมีทิศทางตรงกันข้ามกับพันธบัตรรัฐบาล
ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่
ปริมาณเงินที่ลงทุนในส่วนของพันธบัตรรัฐบาลจะไหลมาที่ตลาดทุนมากขึ้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในปัจจุบันคือ
การจัดการปัญหาวิกฤตยุโรปที่ลุกลามไปทั่วภูมิภาค รวมถึงการบริหารด้านการเงิน
การป้องกัน Capital Flight (ดังที่ได้เคยอธิบายในบทความเก่าๆ) ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศมหาอำนาจทั้งหลายในขณะนี้





