หลายๆวันที่ผ่านมา มักจะได้ยินข่าวเช่น ต่างชาติขายพันล้าน หรือ สองพันล้าน หลายๆคนให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มากๆ ซึ่งตามความคิดผมนั้น ผมค่อนข้างขัดแย้งกับการดูเพียงตัวเลขซื้อขายสุทธิ ผมมักจะดูปริมาณการซื้อและการขายแยกกัน ส่วนเหตุผลที่ผมมองแบบแยกจากกันนั้น ไว้โอกาสหน้าจะหยิบมาพูดอีกทีครับ
การซื้อขายของต่างชาตินี้เอง ที่จะเป็นตัววัด Fund flow ที่ไหลเข้าหรือไหลออกในตลาดหุ้น ซึ่งหากเกิดการไหลออกของต่างชาติจริงๆ ตามความคิดผม ถ้าบริษัทจดทะเบียนยังมีความสามารถในการทำกำไร ตลาดหุ้นก็ยังไม่เข้าสู่ช่วงตลาดขาลงครับ แต่ว่าเมื่อมีการไหลออกของเงินทุนจะทำให้เกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ในตลาดหุ้น กล่าวคือราคาหุ้นจะปรับลงมาสร้างฐานนั่นเอง
แล้วอะไรคือสาเหตุที่จะทำให้เงินไหลออกไปละครับ? เมื่อว่ากันด้วยพื้นฐานการลงทุน นักลงทุนทุกคนมักจะต้องคาดหวังกำไรที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้จากการลงทุนของตน ซึ่งความหมายก็คือ เงินจะไหลออกจากประเทศไทยก็ต่อเมื่อมีตลาดที่สามารถทำกำไรได้มากกว่าตลาดของเรานั่นเอง ถ้าดูจากราคาตลาดหุ้นในประเทศต่างๆที่ผ่านมา ตลาดที่น่าลงทุนที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นตลาดที่เพิ่งจบขาลงมาใหม่ๆหรือว่าตลาดเกิดใหม่ ซึ่งตลาดที่มีปัยจัยลบอย่างอเมริกาหรือยุโรปจะส่งผลให้ราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำ ถ้าหากประเทศเหล่านี้มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน แน่นอนครับ เงินทุนคงไหลไปทางนั้นอย่างแน่นอน เนื่องจาก upside ของตลาดเหล่านั้นมากกว่าของประเทศไทยอย่างมาก
ผมยังมองว่าเศรษฐกิจบ้านเรายังไปได้อยู่ถ้าเกิดไม่มีปัจจัยลบของการเมือง เพราะฉะนั้นปีนี้ที่นักวิเคราะห์มองว่าดัชนีไทยจะไปถึง 1200 นั้น ผมว่ามีความเป็นไปได้สูงทีเดียว เพราะบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ก็สามารถทำกำไรได้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกำไรมากขึ้นก็มีจ่ายปันผลที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นถึงราคาหุ้นจะไม่ไปนักลงทุนก็ยังได้กำไรจากเงินปันผล อย่างน้อยก็ดีกว่าฝากเงินไว้ในแบงค์ครับ




