ถ้าใครได้อ่านบทความแรกๆของผม คงจะจำที่ผมพูดถึงหนังสือเรื่องหนึ่งชื่อว่า Buffettology ซึ่งเขียนโดย Mary Buffett และ David Clark ตอนนี้ทั้งคู่ได้ร่วมกันปรับปรุงข้อมูลใหม่ๆขึ้นมาและได้ออกหนังสือเล่มใหม่ชื่อว่า The New Buffettology ซึ่งในขณะอ่านอยู่ในผมได้สะดุดกับส่วนๆหนึ่งในหนังสือ ซึ่งได้เขียนไว้ว่า มากกว่า 95% ของนักลงทุนในตลาดจะเป็น นักลงทุนระยะสั้น ซึ่งการลงทุนของนักลงทุนเหล่านี้จะใช้ปัจจัยทางการตลาดเป็นข้อตัดสินใจ หมายความว่า นักลงทุนจะซื้อขายหุ้นตามข่าวในตลาด ข่าวดีก็คือข่าวที่ทำให้นักลงทุนซื้อหุ้น ข่าวร้ายก็คือข่าวที่ทำให้นักลงทุนขายหุ้น
ซึ่งหากได้อ่านบทความที่แล้วของผมที่เปรียบเทียบระหว่าง นักลงทุน และ นักเก็งกำไร นำมาผูกกับข้อความข้างต้น ก็จะได้ว่านักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักเก็งกำไรที่มอง แนวโน้มสั้นๆของตลาด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับนักลงทุนที่แท้จริงแล้วนั้น พวกเขามักจะให้ความสำคัญกับศักยภาพผู้บริหารของบริษัทเป็นอันดับต้นๆ ภายใต้ความเชื่อว่า แม้สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่หากผู้บริหารของบริษัทมีศักยภาพ จะสามารถพาบริษัทผ่านช่วงเวลาแย่ๆเหล่านั้นได้
ในช่วงตลาดที่มีความผันผวนรุนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากความหวาดกลัวในเรื่องหนี้สินในประเทศยักใหญ่ต่างๆ และความคาดหวังในการอัดฉีดเงินเขามาในระบบ ก็เป็นโอกาสอันดีที่นักลงทุนจะวางแผนการลงทุนโดยการถือหุ้นที่บริษัทมีศักยภาพ และซื้อเพิ่มเมื่อราคาตกลงนั่นเองครับ
อย่างไรก็ตามต้องคำนึงไว้นะครับว่าที่หุ้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 2008 ส่วนนึงมาจากการอัดฉีดเงินของสหรัฐอเมริกา โดยการอัดฉีดเงินคร้งนี้ไม่ได้เข้าไปแก้ไขในจุดที่อเมริกาต้องการ ทำให้ราคาหุ้นที่ขึ้นมานั้นไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานไปซะหมด เพราะฉะนั้นใครคิดจะซื้อหุ้นในช่วงนี้ควรจะต้องระวังตัวให้มากเข้าไว้ครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น