ลองกลับมาดูประเทศของเรากันบ้างครับ ประเทศไทยเราเองก็กำลังเจอกับภาวะเงินเฟ้อเช่นกัน แต่ว่าเราลองมาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าครับว่าแท้จริงแล้วเงินเฟ้อขึ้นได้อย่างไร
ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เงินเฟ้อก็คือ ของชิ้นหนึ่งมีราคาในปัจจุบันเท่ากับ 100 บาท แต่อีกสิบปีข้างหน้า เงิน 100 บาท ก็คงไม่พอที่จะซื้อสินค้าชิ้นนั้นๆได้ ส่วนที่เพิ่มขึ้นมานี้เอง ทางวิชาการเราจะเรียกว่า time value of money
แท้จริงแล้วรากฐานของปัญหาเงินเฟ้อก็คือ เศรษฐกิจที่ดีเกินไปนั่นเองครับ?! กล่าวคือ เมื่อบริษัททำกำไรได้ดี ผลตอบแทนของพนักงานก็ย่อมดีขึ้นมากกว่าในช่วงเศรษฐกิจปรกติหรือมีปัญหา และเมื่อประชากรในประเทศของเรามีกำลังซื้อที่มากขึ้น ก็จะมีการใช้จ่ายเงินในระบบมากขึ้น ทำให้กฏ demand & supply เริ่มทำงาน กำลังซื้อสูงขึ้นแต่ผลผลิตเพิ่มตามไม่ทัน ก็จะทำให้เกิดการขึ้นราคาสินค้า ที่เราได้ยินกันติดหูในช่วงนี้ก็จะเป็นสินค้าจำพวก น้ำมันถั่วเหลืองนั่นเอง สิ่งนี้แหละครับที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อขึ้น
ประเด็นก็คือหากควบคุมเงินเฟ้อเศรษฐกิจก็จะชะลอ และเมื่อเศรษฐกิจชะลอ กำไรของบริษัทจดทะเบียนก็ต้องปรับตัวลง ในมุมมองของผมนั้น อัตราเงินเฟ้อบ้านเรายังไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามหรือจีน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือประเทศคู่ค้าของเรานั้นมีสภาพเศรษฐกิจแบบไหนซะมากกว่า หากประเทศคู่ค้าของเรามีสภาพเศรษฐกิจที่ดี ก็ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจของบ้านเราดีตามไปด้วย
ผมมักจะดูสภาพเศรษฐกิจจากการอุปโภคบริโภคของพวกเรากันเอง แม้ผมจะได้ยินคนบางคนพูดว่าเศรษฐกิจไม่ดี ของราคาแพง (ซึ่งถ้าเข้าใจหลักเงินเฟ้อแล้ว ก็คงฟังแล้วขัดๆกันแปลกๆ) แต่เท่าที่ผมเห็น มีรถยนต์ป้ายแดงออกมาวิ่งกันเกลื่อนถนนเลยครับ แล้วทุกๆคนลองสังเกตุดูรอบๆข้างระหว่างการเดินทางดูนะครับว่า สภาพเศรษฐกิจหรือการลงทุนในประเทศเรามีสภาพเป็นยังไงกันบ้าง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น