วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

ปัจจัยเสี่ยงของตลาดหุ้นไทย

หลายๆวันที่ผ่านมานี้ ภาพของตลาดหุ้นไทยยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากมีแนวโน้มขาลงตลอด จนมีหลายๆคนถึงกับตั้งคำถามกันว่านี่เป็นตลาดขาลงแล้วหรือปล่าว? การที่เราจะตอบคำถามนี้ได้นั้น จะต้องมองกลับไปดูสาเหตุของปัญหาของตลาดหุ้นขาลง ซึ่งสิ่งที่ผมอยากจะเน้นก็คือ "ระยะเวลาในการลงทุน" เนื่องจากถ้าเราตีกรอบระยะเวลาการลงทุนไว้สั้น สิ่งที่จะเห็นในช่วงสั้นๆก็คงจะเป็นตลาดขาลง อย่างแน่นอน แต่ถ้ามองตลาดในระยะเวลาที่ยาวขึ้น ภาพที่เห็นก็จะเป็นอีกอย่างได้เลยครับ

หลายๆวันที่ผ่านมา มักจะได้ยินข่าวเช่น ต่างชาติขายพันล้าน หรือ สองพันล้าน หลายๆคนให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มากๆ ซึ่งตามความคิดผมนั้น ผมค่อนข้างขัดแย้งกับการดูเพียงตัวเลขซื้อขายสุทธิ ผมมักจะดูปริมาณการซื้อและการขายแยกกัน ส่วนเหตุผลที่ผมมองแบบแยกจากกันนั้น ไว้โอกาสหน้าจะหยิบมาพูดอีกทีครับ

การซื้อขายของต่างชาตินี้เอง ที่จะเป็นตัววัด Fund flow ที่ไหลเข้าหรือไหลออกในตลาดหุ้น ซึ่งหากเกิดการไหลออกของต่างชาติจริงๆ ตามความคิดผม ถ้าบริษัทจดทะเบียนยังมีความสามารถในการทำกำไร ตลาดหุ้นก็ยังไม่เข้าสู่ช่วงตลาดขาลงครับ แต่ว่าเมื่อมีการไหลออกของเงินทุนจะทำให้เกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ในตลาดหุ้น กล่าวคือราคาหุ้นจะปรับลงมาสร้างฐานนั่นเอง

แล้วอะไรคือสาเหตุที่จะทำให้เงินไหลออกไปละครับ? เมื่อว่ากันด้วยพื้นฐานการลงทุน นักลงทุนทุกคนมักจะต้องคาดหวังกำไรที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้จากการลงทุนของตน ซึ่งความหมายก็คือ เงินจะไหลออกจากประเทศไทยก็ต่อเมื่อมีตลาดที่สามารถทำกำไรได้มากกว่าตลาดของเรานั่นเอง ถ้าดูจากราคาตลาดหุ้นในประเทศต่างๆที่ผ่านมา ตลาดที่น่าลงทุนที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นตลาดที่เพิ่งจบขาลงมาใหม่ๆหรือว่าตลาดเกิดใหม่ ซึ่งตลาดที่มีปัยจัยลบอย่างอเมริกาหรือยุโรปจะส่งผลให้ราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำ ถ้าหากประเทศเหล่านี้มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน แน่นอนครับ เงินทุนคงไหลไปทางนั้นอย่างแน่นอน เนื่องจาก upside ของตลาดเหล่านั้นมากกว่าของประเทศไทยอย่างมาก


สำหรับยุโรปแล้วคงจะคาดหวังยากครับ เมื่อดูการขายพันธบัตรที่นำมาเทียบกับหนี้แล้วยังต่างกันอยู่มาก เพราะฉะนั้นยุโรปคงจะเจอปัญหาเศรษฐกิจอีกสัก 1-2 ปีเป็นอย่างน้อย แต่เมื่อดูอเมริกา ในช่วงนี้มักจะมีข่าวออกมาในแง่บวกแต่เหมือนที่ผมได้เคยกล่าวไว้ว่า สัญญาณทางเศรษฐกิจยังออกมาไม่ครบทำให้เป็นการยากที่จะวิเคราะห์ว่าอเมริกาจะพื้นได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆครับ ทุกครั้งที่อเมริกาเจอปัญญาเศรษฐกิจ ก็จะแก้โดยวิธีการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ (ดังในสงครามโลกครั้งที่สอง) แต่ทว่าที่ผ่านๆมานั้นการอัดฉีดเงินจะทำให้เกิดการสร้างงาน "ในประเทศ" แต่ในปัจจุบันเมื่ออัดฉีดเงินกลับกลายเป็นเงินนั้นไหลออกไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งเราเรียกว่า capital fly นั่นเองครับ


ผมยังมองว่าเศรษฐกิจบ้านเรายังไปได้อยู่ถ้าเกิดไม่มีปัจจัยลบของการเมือง เพราะฉะนั้นปีนี้ที่นักวิเคราะห์มองว่าดัชนีไทยจะไปถึง 1200 นั้น ผมว่ามีความเป็นไปได้สูงทีเดียว เพราะบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ก็สามารถทำกำไรได้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกำไรมากขึ้นก็มีจ่ายปันผลที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นถึงราคาหุ้นจะไม่ไปนักลงทุนก็ยังได้กำไรจากเงินปันผล อย่างน้อยก็ดีกว่าฝากเงินไว้ในแบงค์ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น