ปัจจุบันวิธีการลงทุนแบบ Value investing เป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนกันมาก ซึ่งวิธีการลงทุนแบบนี้ก็มีการพิสูจน์กันให้เห็นแล้วว่าได้ผลลัพธ์เป็นอย่างดีเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่นๆ จึงเป็นที่ดึงดูดสำหรับนักลงทุนทุกๆคนเข้ามาศึกษาการลงทุนวิธีนี้ ผมลองสอบถามคนที่ลงทุนโดยวิธีนี้ที่ผมรู้จัก หลายๆคนเข้าใจมันไปในคนละทาง ทำให้วิธีการลงทุนนั้นไม่เป็นไปตาม Value investing จริงๆ
Value investing นั้นแปลตรงตัวก็คือ การลงทุนโดยดูจากมูลค่า ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นการลงทุนในหุ้น อาจจะลงทุนในสินทรัพย์อย่างอื่นก็ได้ แต่สำคัญที่ว่า นักลงทุนจะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่สินทรัพย์นั้นควรจะเป็น ยกตัวอย่างเช่น หากมูลค่าที่ควรจะเป็นของสินทรัพย์ A มีมูลค่า $100 แต่มีคนต้องการขายสินทรัพย์ A ในราคา $80 เราก็สามารถซื้อสินทรัพย์นั้นและรอขายเมื่อราคาสินทรัพย์สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง($100)
สิ่งที่สำคัญอื่นอย่างของ Value investing ก็คือ การคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ ซึ่งหากนักลงทุนเคยศึกษาวิชาทางด้านการเงินก็คงจะรู้จัก DCF NPV อะไรทำนองนี้ดี สิ่งสำคัญของเครื่องมือเหล่านี้ก็คือ สมมุติฐานในการคำนวณต่างๆ (Assumption) เช่น WACC, future cash flow ต่างๆ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่นักลงทุนจะต้องศึกษาหาข้อมูลในแต่ละอุตสาหกรรมเพื่อการคาดการณ์ที่แม่นยำ เพราะฉะนั้นนักทุนที่ลงทุนในรูปแบบ Value investing ก็ควรที่จะเข้าใจถึงอุตสาหกรรมที่ตนเข้าไปลงทุนอย่างแท้จริงเสียก่อน และที่ขาดไม่ได้ก็คือนักลงทุนจำเป็นต้องใส่ใจที่จะคำนวณมูลค่าของสินทรัพย์ต่างๆ เนื่องจากราคาเป้าหมายที่โบรกเกอร์บอกนักลงทุนมักจะไม่บอก Assumption ในการคำนวณ ทำให้นักลงทุนไม่เข้าใจพื้นฐานของราคานั้นๆเอง
มีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับ Value investing อีกอย่างก็คือ นักลงทุนมักคิดว่า จะต้องลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลสูง แต่จริงๆแล้วความหมายของ Value investing นั้นไม่จำเป็นจะต้องจ่ายปันผลเสมอไป เนื่องจากเมื่อมีการจ่ายปันผลนักลงทุนก็จำเป็นจะต้องจ่ายภาษีนั่นเอง Value investing จึงเป็นการค้นหามูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์เพียงอย่างเดียวนั่นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น