วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

ปี 2554 กระต่ายจะกระโดดได้สูงหรือปล่าว?

สวัสดีปีใหม่ครับ

ผมขออวยพรให้ทุกๆท่านมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงไม่ใช่แค่ปี 2554 เท่านั้นแต่ตลอดไปครับ

หลังจากที่ส่งข้อมูลผ่าน e-mail กันอยู่นานผมเลยตัดสินใจว่าควรจะทำเป็นบล็อคสำหรับบทความที่ผมได้เขียน ซึ่งช่องทางนี้เองจะสามารถทำให้ผมมีช่องทางพูดคุยกับทุกๆคนได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากจุดประสงค์ที่ผมส่งข้อมูลต่างๆให้ทุกๆคน เพื่อจะได้เช็คการวิเคราะห์ตลาดหรือหุ้นแต่ละตัว เพื่อดูความน่าจะเป็น และเผื่อว่าท่านได้มีข้อมูลเพิ่มเติมหรือขัดแย้งก็จะสามารถกรองข้อมูลได้อีกต่อนึงครับ

เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆพี่ๆ ทุกคนมีข้อคิดเห็น โต้แย้ง หรือติชม ก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปี 2554 นี้เปิดต้นมีมาด้วยปริมาณการซื้อขายที่สามารถทำให้ตลาดของไทยเราไปยืนเหนือ 1050 ได้! เนื่องจากมีกระแสบวกจากต่างประเทศในด้านการผลิตและการจ้างงาน ที่ประกาศออกมาสูงกว่าที่คาดการ ทำให้มีหลายๆคนคิดว่า สหรัฐ กำลังจะกลับมาหรือปล่าว หากว่ากันตามทฤษฏีนะครับ การอัดฉีดเงินของอเมริกา (QE2) เป็นการกระตุ้นให้เกิดการ ลงทุน ซึ่งจะทำให้การจ้างงานสูงขึ้น และเมื่อคนมีงานทำก็จะมีเงินบริโภคด้วยเช่นกัน ทำให้เงินหมุนเวียนในอเมริกามีความคล่องตัวอีกครั้ง

หากแต่ว่าเราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าการบริโภคของอเมริกากลับมาแล้ว เราอาจจะดูในเรื่องของสินค้าคงคลังที่จะประกาศออกมาว่ามีการลดลงหรือปล่าวหรือถ้าเพิ่มขึ้น มันเพิ่มขึ้นมาจากอะไร

ข้อมูลจาก Economist (ผมไปเห็นมาจาก Stock2morrow อีกที)


ไม่ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของอเมริกาจะสำเร็จหรือไม่แต่ที่เห็นแน่ๆคือ จำนวนเงินที่ถูกอัดฉีดในระบบ ทำให้ตลาดเอเชียแข็งแกร่งต่อเนื่อง แต่ ยุโรปกลับเจอปัญหาชนิดร้ายแรงเลยทีเดียว

หากคิดจะลงทุนในช่วงนี้ เราน่าจะไปดูในธุรกิจที่หนีออกจากยุโรปสักหน่อยก็น่าจะดีกว่าและจะดีมากถ้าธุรกิจนั้นอยู่ในแถบเอเชียของเรา เพราะ GDP มันจะสะท้อนถึงการลงทุนในแต่ละประเทศ ในอีกความหมายก็คือเมื่อ GDP สูง คนในประเทศมักจะมีกำลังซื้อตามมา

แต่หลายๆคนถามผมนะครับว่า ตลาดหุ้นช่วงนี้ฟองสบู่แล้วหรือยัง? ผมมักจะถามกลับว่า เขากำลังดูกลุ่มธุรกิจอะไรอยู่ ในความคิดผมนั้น บางกลุ่มธุรกิจก็เป็นฟองสบู่ขนาดกำลังดีเลยทีเดียว (เหมือนมี demand หลอกเข้ามา) แต่หลายๆธุรกิจก็ยังเติบโตไปได้อยู่ครับ

ลองยกตัวอย่างดูนะครับ ธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน เช่น ถ่านหิน น้ำมัน โรงไฟฟ้า ธุรกิจเหล่านี้ผมมักจะดู GDP มาเปรียบเทียบครับ เนื่องจาก หากการผลิตของประเทศกำลังเติบโต ย่อมต้องมีการใช้พลังงานที่เติบโตขึ้นตาม และเท่าที่ดู ปีสองปีนี้ กลุ่มเอเชียของเราน่าจะเดินหน้าไปได้อยู่ ดังนั้นธุรกิจเหล่านี้ย่อมจะมีอุปสงค์ที่แท้จริง ทำให้การเติบโตของบริษัทนั้นมีความสมเหตุสมผลอยู่

ในความคิดผมธุรกิจที่เป็นฟองสบู่ อาจจะโดนกระทบเร็วๆนี้ แต่ก็ไม่ถึงกับจะทำให้ทั้งตลาดพังได้ เพราะฉะนั้นก่อนจะลงทุนในธุรกิจอะไรก็ตาม ลองหาข้อมูลก่อนนะครับว่า เขาทำธุรกิจอะไร supply มากจากไหน และเขาไปขายใคร สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวป้องกันการขาดทุนได้อย่างดีครับ

ช่วงนี้ระวังอย่าเข้าซื้อโดยปราศจากข้อมูลนะครับ ถ้าเห็นหุ้นวิ่งขึ้นแล้วคิดว่ามันดีแน่ๆ ขอให้คิดไว้ครับว่าราคาตรงนี้แพงหรือยัง ถ้าแพงแล้ว มันแพงเพราะอะไร (ต้องมีตัวเปรียบเทียบที่สมเหตุสมผลด้วยครับ) หากพลีพลามเข้าไปซื้อแล้วติดหุ้น คราวนี้อาจจะรอกันอีกนานเลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น