วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

พื้นฐานและราคาหุ้นกับสภาพเศรษฐกิจ

ในสภาวะตลาดที่ผันผวนแบบนี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับราคาหุ้น เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากสิ่งนี้เองจะทำให้เรารู้ได้ว่าหุ้นแต่ละตัวมีมูลค่าสูงกว่าหรือต่ำกว่ามูลค่าที่มันควรจะเป็น

ตามทฤษฏีแล้วนั้น หุ้นที่ซื้อขายอยู่ในตลาดรองจะเป็นการเปลี่ยนมือระหว่างผู้ถือหุ้นเท่านั้น โดยบริษัทจดทะเบียนจะไม่ได้เงินทุนจากการซื้อขายในตลาดนี้ ถ้าอย่างนั้นทำไมจึงมีการเปลี่ยนมือระหว่างผู้ถือหุ้นเกินขึ้น? โดยพื้นฐานแล้วการลงทุนในหุ้นนั้น นักลงทุนจะลงทุนเพื่อหวังเงินปันผลตอบแทน ส่วนต่างจากราคาซื้อขายเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น ซึ่งความคิดนี้เองจะอยู่ภายใต้ความมีเหตุผลของนักลงทุนในการซื้อหุ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผลักดันให้ราคาหุ้นขึ้นไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นได้นั้น ก็คือ เงินปันผล นั่นเอง

หลายๆคนคงเคยได้ยินนะครับว่า เงินปันผลจากหุ้นนั้นควรจะอยู่ราวๆสัก 3% ขึ้นไป และนี่ก็เป็นอีกวิธีในการเลือกซื้อหุ้นประกอบกับการดู PER ซึ่ง PER ก็คืออัตราส่วนระหว่าง ราคาหุ้นกับกำไรของบริษัท การเลือกซื้อหุ้นที่มีโอกาสจะเติบโตนั้นก็คือการดูหุ้นที่ค่า PER มีโอกาสจะลดลง ในอีกคำพูดหนึ่งก็คือ กำไรของบริษัทจะเติบโตมากขึ้น ซึ่งมีบริษัทมีกำไรมากขึ้นแล้ว ก็ย่อมจะต้องจ่ายเงินปันผลมากกว่าปรกติ เงินปันผลนี้เองจะถูกแปลงไปเป็นค่าเปอเซ็นการปันผล ค่านี้แหละครับที่จะผลักดันราคาหุ้นให้สูงขึ้นได้



จะลองยกตัวอย่างง่ายๆให้ดูนะครับ ถ้าหุ้นตัวหนึ่งมีราคาเท่ากับ 100 บาท โดย PER เท่ากับ 10 เท่า และในแต่ละปีจะจ่ายเงินปันผลเท่ากับ 5 บาท ซึ่งก็คือ 5% นั่นเอง ถ้าหากมีการวิเคราะห์ว่าบริษัทนี้จะทำกำไรได้มากกว่าเดิม 25% ซึ่งจะทำให้ PER ตกลงมาที่ 8 เท่า อีกทั้งยังมีความหมายอีกนัยได้ว่า เงินปันผลก็ควรจะเพิ่มเป็น 6.25 บาท เมื่อคิดไปถึงราคาหุ้นที่ 100 บาทแล้ว การจ่ายเงินปันผลครั้งใหม่ของบริษัทนี้จะเท่ากับ 6.25% เลยทีเดียว และเมื่อนักลงทุนรับรู้ข่าวก็จะเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นจนราคา ไปถึงประมาณ 125 บาท ซึ่งเป็นราคาที่จะได้เงินปันผลที่ 5% เท่าเดิม

ทีนี้เราลองย้อนกลับมาดูเหตุการณ์ในตลาดหุ้นบ้านเรากันบ้างครับ สิ่งที่นักลงทุนกลัวก็คือเงินลงทุนต่างชาติจะออกนอกตลาดไป ซึ่งหากเราใช้แนวคิดการกดดันราคาหุ้นจากเงินปันผลแล้ว จะพบว่าปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศเรายังไม่เปลี่ยน แต่เราค้องมาดูว่าราคาหุ้นแต่ละตัวของเราตอนที่เราเข้าซื้อกับเงินปันผลที่คาดว่าจะได้นั้นเทียบกับปีที่ผ่านๆมาแล้วยังถือว่าเป็นเหตุเป็นผลกันอยู่หรือไม่ หรือราคามันสูงเกินกว่าปีที่ผ่านๆมาแล้ว

เมื่อมองเห็นราคาหุ้นที่ตกลงมาขนาดนี้สวนทางกับการคาดการณ์ผลประกอบการของตลาดที่คาดว่าจะดีขึ้นมาก อนาคตยังไงก็แล้วแต่หากบริษัทยังมีกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังไงราคาหุ้นก็ต้องขึ้นมาตามราคาพื้นฐานอยู่ดี ก่อนจะตัดสินใจซื้อหรือขาย ลองตรวจสอบดูเงินปันผลในอดีตเทียบกับ PER และราคาหุ้น จะทำให้เรามีความปลอดภัยในการซื้อหุ้นสูงมากทีเดียวครับ แต่อย่าลืมนะครับว่าเงินปันผลจะต้องเสียภาษีในขณะที่กำไรจากส่วนต่างราคาไม่ต้องเสียภาษีครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น